เจาะลึกภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับ SME ไทย: ใครต้องเสีย? คำนวณอย่างไร? และแตกต่างจาก VAT อย่างไร?

ภาษีและบัญชี2026-06-29·Grid Doc·อ่าน 2 นาที

ภาษีธุรกิจเฉพาะคืออะไร?

ภาษีธุรกิจเฉพาะ (Specific Business Tax) เป็นภาษีที่จัดเก็บจากกิจการบางประเภทที่อยู่นอกขอบเขตของภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ตามประมวลรัษฎากร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดเก็บภาษีจากธุรกิจที่ให้บริการหรือขายสินค้าที่มีลักษณะพิเศษ เช่น ธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ การธนาคาร การประกันภัย การขายอสังหาริมทรัพย์ในทางการค้าหรือหากำไร เป็นต้น ซึ่ง SME ไทยหลายรายอาจไม่ทราบว่าตนเองเข้าข่ายต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ และอาจเสียค่าปรับหรือดอกเบี้ยจากการไม่ยื่นแบบ

เอกสารและการยื่นภาษีธุรกิจเฉพาะ

ใครบ้างที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ?

ตามมาตรา 91/2 แห่งประมวลรัษฎากร กิจการที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ได้แก่

  • ธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์: เช่น การให้เช่าที่ดิน อาคาร หรือห้องชุด เพื่ออยู่อาศัยหรือประกอบการค้า หากเป็นการให้เช่าที่ไม่ใช่การให้เช่าแบบ Vat (มักเป็นผู้ประกอบการรายย่อยที่รายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีหรือเลือกเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแทน VAT)
  • ธุรกิจธนาคารและการเงิน: การประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ การรับจำนอง รับจำนำ และธุรกิจประเภทให้กู้ยืมเงิน
  • ธุรกิจประกันชีวิตและประกันวินาศภัย: การรับประกันชีวิตหรือวินาศภัย รวมถึงการรับประกันต่อ
  • ธุรกิจขายอสังหาริมทรัพย์ในทางการค้าหรือหากำไร: การขายที่ดิน อาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างที่ผู้ขายมีเจตนาในการขายเพื่อหากำไร (ไม่ใช่การขายครั้งเดียวในรอบ 5 ปีของเจ้าของบ้าน)
  • ธุรกิจรับจำนำของสถาบันการเงิน: การรับจำนำของธนาคารหรือสถาบันการเงิน
  • ธุรกิจขายหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์: เฉพาะกรณีที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ

หาก SME ของคุณประกอบกิจการใดในข้างต้น คุณมีหน้าที่ต้องยื่นแบบและชำระภาษีธุรกิจเฉพาะทุกเดือน (ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป) เช่นเดียวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ใช้อัตราภาษีที่แตกต่าง

อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะ

ภาษีธุรกิจเฉพาะจัดเก็บในอัตราร้อยละ 3 ของรายรับก่อนหักค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม มีอัตราพิเศษสำหรับกิจการบางประเภท เช่น

  • ธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์: อัตราร้อยละ 0.1 ของรายรับ (ยกเว้นกรณีที่ผู้ให้เช่าเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT และเลือกเสีย VAT ก็ไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ)
  • ธุรกิจขายอสังหาริมทรัพย์: อัตราร้อยละ 0.1 ของรายรับ หากเป็นการขายที่อยู่อาศัยไม่เกิน 5 ล้านบาท (ตามมาตรา 4(6) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร)
  • ธุรกิจทั่วไปอื่นๆ: อัตราร้อยละ 3

นอกจากนี้ ยังมีภาษีท้องถิ่นอีก ร้อยละ 10 ของภาษีธุรกิจเฉพาะที่ชำระ ทำให้ภาระรวมเท่ากับร้อยละ 3.3 ของรายรับ (สำหรับอัตราปกติ) หรือร้อยละ 0.11 สำหรับอัตราพิเศษ

การคำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับ SME

วิธีการคำนวณและยื่นภาษีธุรกิจเฉพาะ

ขั้นตอนการคำนวณ

  1. หา รายรับก่อนหักค่าใช้จ่าย ในเดือนภาษี (เช่น ค่าเช่าที่ได้รับ ค่าขายอสังหาริมทรัพย์ ดอกเบี้ยรับ ฯลฯ)
  2. คูณด้วย อัตราภาษี ที่เกี่ยวข้อง (3% หรือ 0.1%)
  3. บวก ภาษีท้องถิ่น อีก 10% ของภาษีธุรกิจเฉพาะที่คำนวณได้
  4. รวมเป็นจำนวนเงินที่ต้องชำระ

ตัวอย่าง: SME ให้เช่าอาคารพาณิชย์ ได้รับค่าเช่าเดือนละ 100,000 บาท รายรับก่อนหักค่าใช้จ่าย = 100,000 บาท ภาษีธุรกิจเฉพาะ = 100,000 x 0.1% = 100 บาท ภาษีท้องถิ่น = 100 x 10% = 10 บาท รวมชำระ = 110 บาท

แบบฟอร์มและกำหนดเวลา

  • ยื่นแบบ ภ.ธ. 30 (ภาษีธุรกิจเฉพาะ) ทุกเดือนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
  • สามารถยื่นผ่านออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากร (ระบบ e-Filing) หรือยื่นด้วยตนเองที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่
ข้อควรระวัง: หากไม่ยื่นแบบหรือชำระภาษีล่าช้า จะถูกเสียค่าปรับและดอกเบี้ยในอัตราเช่นเดียวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ค่าปรับ 2% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องชำระ)

ความแตกต่างระหว่างภาษีธุรกิจเฉพาะและภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

SME หลายคนสับสนระหว่างภาษีทั้งสองประเภท เนื่องจากมีลักษณะคล้ายกันในแง่ที่ต้องยื่นเดือนละครั้ง ตารางต่อไปนี้ช่วยให้เห็นความแตกต่างชัดเจน:

หัวข้อภาษีธุรกิจเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
ผู้มีหน้าที่เสียกิจการตามที่กฎหมายกำหนด (เช่าอสังหา, ธนาคาร, ประกัน ฯลฯ)ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าหรือให้บริการที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี
ฐานภาษีรายรับก่อนหักค่าใช้จ่ายมูลค่าของสินค้าหรือบริการ (รวมภาษี)
อัตราภาษี3% (หรือ 0.1% สำหรับบางกิจการ) รวมท้องถิ่น 3.3%7% (รวมท้องถิ่นแล้ว)
สิทธิหักภาษีซื้อไม่มี (ไม่สามารถนำ VAT ซื้อมาหักออกได้)มีสิทธิหักภาษีซื้อ (Input Tax) ตามหลักเกณฑ์
การขอคืนภาษีไม่สามารถขอคืนได้ (ยกเว้นกรณีจ่ายเกิน)สามารถขอคืนภาษีซื้อได้ถ้าเกินภาษีขาย
แบบยื่นภ.ธ. 30 (รายเดือน)ภ.พ. 30 (รายเดือน)

โดยสรุป ภาษีธุรกิจเฉพาะเหมาะสำหรับธุรกิจที่ไม่ต้องการทำ VAT หรือไม่สามารถจด VAT ได้เนื่องจากรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ หรือเป็นธุรกิจที่กฎหมายกำหนดให้ใช้ภาษีธุรกิจเฉพาะโดยเฉพาะ

SME ควรทำความเข้าใจภาษีธุรกิจเฉพาะเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาด

ข้อควรรู้เพิ่มเติมสำหรับ SME

  • การเลือกเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแทน VAT: สำหรับธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ผู้ให้เช่าสามารถเลือกระหว่างการจดทะเบียน VAT หรือเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ หากเลือกเสีย VAT จะไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ แต่ต้องออกใบกำกับภาษีและปฏิบัติตามกฎ VAT
  • การแยกบัญชี: หากธุรกิจของคุณมีรายได้จากหลายแหล่ง ควรแยกบัญชีรายรับที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะออกจากรายรับที่ต้องเสีย VAT อย่างชัดเจน
  • ใช้โปรแกรมบริหารช่วย: ระบบเอกสารดิจิทัลเช่น Grid Doc สามารถช่วยออกเอกสารและแยกประเภทภาษีได้อย่างถูกต้อง ลดความผิดพลาดในการทำบัญชี

สำหรับ SME ที่ต้องการจัดการเอกสารธุรกิจให้เป็นระบบ เราแนะนำให้ลองใช้ โปรแกรมออกเอกสาร Grid Doc ซึ่งรองรับการออกเอกสารทั้งภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะ พร้อมระบบเชื่อมต่อกับบัญชีออนไลน์

FAQ เกี่ยวกับภาษีธุรกิจเฉพาะ

1. ถ้าฉันเป็น SME ให้เช่าอพาร์ทเมนต์ ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะหรือ VAT?

โดยทั่วไป หากคุณเป็นบุคคลธรรมดาให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ไม่เกิน 5 ห้องหรือมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี คุณสามารถเลือกเสียภาษีธุรกิจเฉพาะในอัตรา 0.1% (รวมท้องถิ่น 0.11%) แทนการจด VAT ได้ ซึ่งจะช่วยลดภาระภาษีได้มาก

2. ภาษีธุรกิจเฉพาะมีกำหนดยื่นเดือนละครั้งเหมือน VAT หรือไม่?

ใช่ ต้องยื่นแบบ ภ.ธ. 30 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป เช่นเดียวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม หากมีรายได้ในเดือนนั้นต้องยื่นแม้ไม่มีรายได้ก็ต้องยื่นแบบแสดงรายการเป็นศูนย์

3. หากฉันไม่ยื่นภาษีธุรกิจเฉพาะจะมีผลอย่างไร?

จะถูกเรียกเก็บเงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือนของภาษีที่ต้องชำระ รวมถึงค่าปรับทางอาญา (โทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท) และอาจถูกประเมินภาษีย้อนหลังได้

4. SME ที่ขายอสังหาริมทรัพย์ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะทุกครั้งหรือไม่?

ไม่เสมอไป หากเป็นการขายที่อยู่อาศัยของตนเองที่ไม่ใช่การค้าหรือหากำไร จะไม่เข้าข่าย แต่ถ้าขายในทางการค้าหากำไร เช่น ซื้อมาขายไป จะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะในอัตรา 0.1% (สำหรับบ้านราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท) หรือ 3% สำหรับราคาที่สูงกว่า

5. สามารถหักค่าใช้จ่ายจากรายรับก่อนคำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะได้หรือไม่?

ไม่ได้ เพราะภาษีธุรกิจเฉพาะคำนวณจากรายรับก่อนหักค่าใช้จ่ายต่างจากภาษีเงินได้นิติบุคคลที่คำนวณจากกำไรสุทธิ ดังนั้นจงเก็บเอกสารค่าใช้จ่ายไว้สำหรับการยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลแยกต่างหาก

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าฉันเป็น SME ให้เช่าอพาร์ทเมนต์ ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะหรือ VAT?

โดยทั่วไป หากคุณเป็นบุคคลธรรมดาให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ไม่เกิน 5 ห้องหรือมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี คุณสามารถเลือกเสียภาษีธุรกิจเฉพาะในอัตรา 0.1% (รวมท้องถิ่น 0.11%) แทนการจด VAT ได้ ซึ่งจะช่วยลดภาระภาษีได้มาก

ภาษีธุรกิจเฉพาะมีกำหนดยื่นเดือนละครั้งเหมือน VAT หรือไม่?

ใช่ ต้องยื่นแบบ ภ.ธ. 30 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป เช่นเดียวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม หากมีรายได้ในเดือนนั้นต้องยื่นแม้ไม่มีรายได้ก็ต้องยื่นแบบแสดงรายการเป็นศูนย์

หากฉันไม่ยื่นภาษีธุรกิจเฉพาะจะมีผลอย่างไร?

จะถูกเรียกเก็บเงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือนของภาษีที่ต้องชำระ รวมถึงค่าปรับทางอาญา (โทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท) และอาจถูกประเมินภาษีย้อนหลังได้

SME ที่ขายอสังหาริมทรัพย์ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะทุกครั้งหรือไม่?

ไม่เสมอไป หากเป็นการขายที่อยู่อาศัยของตนเองที่ไม่ใช่การค้าหรือหากำไร จะไม่เข้าข่าย แต่ถ้าขายในทางการค้าหากำไร เช่น ซื้อมาขายไป จะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะในอัตรา 0.1% (สำหรับบ้านราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท) หรือ 3% สำหรับราคาที่สูงกว่า

สามารถหักค่าใช้จ่ายจากรายรับก่อนคำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะได้หรือไม่?

ไม่ได้ เพราะภาษีธุรกิจเฉพาะคำนวณจากรายรับก่อนหักค่าใช้จ่ายต่างจากภาษีเงินได้นิติบุคคลที่คำนวณจากกำไรสุทธิ ดังนั้นจงเก็บเอกสารค่าใช้จ่ายไว้สำหรับการยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลแยกต่างหาก