เจาะลึกการจัดทำเงินเดือนและภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Payroll) สำหรับ SME ไทย: ภ.ง.ด.1 ประกันสังคม และวิธีคำนวณที่ถูกต้อง

เจาะลึกการจัดทำเงินเดือนและภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Payroll) สำหรับ SME ไทย: ภ.ง.ด.1 ประกันสังคม และวิธีคำนวณที่ถูกต้อง

ภาษีและบัญชี2026-10-11·Grid Doc·อ่าน 3 นาที

Payroll คืออะไร? ทำไม SME ไทยต้องให้ความสำคัญ

Payroll หรือระบบเงินเดือน คือกระบวนการคำนวณค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และเงินสมทบประกันสังคมของพนักงานแต่ละคนในแต่ละรอบการจ่าย ก่อนโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารพร้อมออกสลิปเงินเดือนให้พนักงาน สำหรับ SME ไทยที่เพิ่งเริ่มจ้างพนักงาน 2-10 คน งาน Payroll มักถูกมองว่าเป็นเรื่องเล็ก แต่ในความเป็นจริง ผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจนำไปสู่การถูกเรียกเงินเพิ่ม เบี้ยปรับ และโทษทางอาญาจากกรมสรรพากร

จากข้อมูลของสำนักงานประกันสังคม มีนายจ้างที่ขึ้นทะเบียนมากกว่า 500,000 รายทั่วประเทศ และในแต่ละเดือนมีพนักงานที่ต้องนำส่งเงินสมทบหลายล้านคน หาก SME ไทยพลาดการนำส่งหรือคำนวณผิด จะกระทบทั้งสิทธิประโยชน์ของพนักงานและความน่าเชื่อถือของธุรกิจ บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกทุกขั้นตอนตั้งแต่การคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย อัตราประกันสังคม ไปจนถึงกำหนดเวลายื่นแบบและค่าปรับที่ต้องรู้

การจัดทำ Payroll ที่ถูกต้องช่วยให้ SME ไทยหลีกเลี่ยงค่าปรับและรักษาสิทธิพนักงาน

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเงินเดือน (ภ.ง.ด.1) คืออะไร

เมื่อนายจ้างจ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา โบนัส หรือค่าคอมมิชชันให้พนักงาน นายจ้างมีหน้าที่ หักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ณ ที่จ่าย แล้วนำส่งกรมสรรพากรภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป โดยใช้แบบ ภ.ง.ด.1 (สำหรับผู้มีเงินได้ทั่วไป) หรือ ภ.ง.ด.1ก (สรุปทั้งปี ยื่นภายใน 60 วันนับจากสิ้นปีปฏิทิน)

หลักการสำคัญคือ ภาษีที่หักจะต้องไม่ต่ำกว่าภาษีที่พนักงานจะต้องจ่ายจริงทั้งปี นายจ้างจึงต้อง ประมาณการเงินได้ทั้งปี ของพนักงานแต่ละคน แล้วหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนที่พนักงานแจ้งไว้ ก่อนนำมาคำนวณภาษีตามอัตราขั้นบันได

วิธีคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายเงินเดือน ทีละขั้น

  1. คำนวณเงินได้พึงประเมินทั้งปี = เงินเดือน × 12 + โบนัส + ค่าล่วงเวลา (ถ้ามี)
  2. หักค่าใช้จ่าย 50% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
  3. หักค่าลดหย่อน เช่น ส่วนตัว 60,000 บาท คู่สมรส 60,000 บาท บุตร 30,000 บาท/คน และเงินสมทบประกันสังคมตามจ่ายจริง สูงสุด 9,000 บาท/ปี
  4. คำนวณภาษีตามอัตราขั้นบันได 0-150,000 บาทยกเว้น, 150,001-300,000 บาท 5%, 300,001-500,000 บาท 10%, 500,001-750,000 บาท 15%, 750,001-1,000,000 บาท 20%, 1,000,001-2,000,000 บาท 25%, 2,000,001-5,000,000 บาท 30% และเกิน 5,000,000 บาท 35%
  5. หาร 12 เพื่อหาภาษีที่ต้องหักต่อเดือน
ตัวอย่างจริง: พนักงานเงินเดือน 30,000 บาท/เดือน ไม่มีโบนัส
เงินได้ทั้งปี = 360,000 บาท
หักค่าใช้จ่าย 100,000 บาท | หักลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท | หักประกันสังคม 9,000 บาท
เงินได้สุทธิ = 191,000 บาท
ภาษีทั้งปี = (191,000 - 150,000) × 5% = 2,050 บาท
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายต่อเดือน = 2,050 ÷ 12 ≈ 171 บาท

ประกันสังคม: หน้าที่ของนายจ้างที่ห้ามมองข้าม

นอกจากภาษีหัก ณ ที่จ่ายแล้ว นายจ้างยังต้องนำส่ง เงินสมทบกองทุนประกันสังคม ทั้งส่วนของลูกจ้างและส่วนของนายจ้าง โดยอัตราปัจจุบันอยู่ที่ 5% ของค่าจ้าง ฝ่ายละ 5% รวมเป็น 10% แต่ฐานค่าจ้างสูงสุดที่ใช้คำนวณคือ 15,000 บาท/เดือน ดังนั้นเงินสมทบสูงสุดที่หักจากพนักงานคือ 750 บาท/เดือน และนายจ้างสมทบอีก 750 บาท

หากพนักงานมีค่าจ้างต่ำกว่า 15,000 บาท ให้คำนวณตามจริง เช่น ค่าจ้าง 12,000 บาท → หักพนักงาน 600 บาท และนายจ้างสมทบ 600 บาท ต้องนำส่งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปเช่นเดียวกับ ภ.ง.ด.1

ประกันสังคมให้อะไรกับพนักงานและนายจ้าง

  • พนักงานได้รับ: สิทธิรักษาพยาบาล เงินทดแทนการขาดรายได้ กรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต ว่างงาน และเงินบำนาญชราภาพ
  • นายจ้างได้รับ: ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการ และสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่ดูแลพนักงานอย่างเป็นระบบ
การวางระบบ Payroll ที่รัดกุมช่วยให้ทีมบัญชีและฝ่ายบุคคลทำงานสอดประสานกัน

5 ขั้นตอนจัดทำ Payroll ที่ถูกต้องสำหรับ SME

  1. รวบรวมข้อมูลการทำงาน ได้แก่ เวลาทำงาน ค่าล่วงเวลา วันลา การหักเงิน และข้อมูลการเปลี่ยนแปลงเงินเดือน
  2. คำนวณค่าจ้างและค่าล่วงเวลา โดยอัตราค่าล่วงเวลาวันทำงานปกติคือ 1.5 เท่า วันหยุดคือ 2 เท่า และวันหยุดพนักงานได้ค่าล่วงเวลา 3 เท่า ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
  3. คำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายและประกันสังคม ตามหลักเกณฑ์ที่อธิบายไว้ข้างต้น
  4. โอนเงินเดือนและออกสลิปเงินเดือน ควรโอนพร้อมกันทั้งบริษัทและเก็บหลักฐานการโอนไว้อย่างน้อย 5 ปี
  5. ยื่นแบบและนำส่งภาษี ภ.ง.ด.1 ผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร หรือช่องทางเคาน์เตอร์ธนาคารภายในวันที่ 15

กำหนดเวลาสำคัญที่ SME ต้องจดจำ

  • ทุกวันที่ 15 ของเดือนถัดไป: ยื่น ภ.ง.ด.1 และนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายเงินเดือน
  • ทุกวันที่ 15 ของเดือนถัดไป: นำส่งเงินสมทบประกันสังคม (แบบ สปส. 1-10)
  • ภายใน 60 วันนับจากสิ้นปี (ประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์): ยื่น ภ.ง.ด.1ก สรุปภาษีหักทั้งปี
  • ภายในเดือนกุมภาพันธ์: ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้พนักงานทุกคน

ค่าปรับและโทษหากยื่นแบบล่าช้า

กรมสรรพากรกำหนดโทษสำหรับการยื่น ภ.ง.ด.1 ล่าช้าหรือไม่ถูกต้องไว้ชัดเจน หาก SME ละเลยจะส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดอย่างมีนัยสำคัญ เพราะ:

  • เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน ของภาษีที่ต้องนำส่ง (ไม่รวมเงินเพิ่มสูงสุดที่ 100% ของภาษี)
  • เบี้ยปรับ 1 เท่า หากยื่นแบบภายใน 7 วันหลังกำหนด หรือ 2 เท่า หากยื่นช้ากว่านั้น
  • โทษทางอาญา: ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีเจตนาละเลย

สำหรับประกันสังคม หากนำส่งล่าช้าจะมี เงินเพิ่ม 2% ต่อเดือน ของเงินสมทบที่ค้าง ซึ่งสูงกว่าอัตราของกรมสรรพากร และอาจถูกระงับสิทธิการรักษาพยาบาลของพนักงานชั่วคราว สร้างความเดือดร้อนและความไม่พอใจในทีมงานได้

ข้อผิดพลาดยอดฮิตในการทำ Payroll ของ SME ไทย

  • ลืมหักภาษีโบนัสและค่าคอมมิชชัน ซึ่งถือเป็นเงินได้พึงประเมินที่ต้องนำมารวมคำนวณ
  • คำนวณประกันสังคมจากฐานผิด เช่น ใช้ฐานค่าจ้างรวมค่าล่วงเวลาทั้งหมด ซึ่งจริง ๆ ต้องใช้ค่าจ้างปกติ
  • ไม่เก็บใบแจ้งค่าลดหย่อนจากพนักงาน ทำให้หักภาษีแพงเกินจริง พนักงานอาจต้องขอคืนภาษีเองตอนสิ้นปี
  • ยื่น ภ.ง.ด.1 ผิดเดือนหรือกรอกยอดไม่ตรง กับที่หักจริง ต้องแก้ไขด้วยแบบ ภ.ง.ด.1 เพิ่มเติม
  • ใช้ไฟล์ Excel แบบ Manual ที่ไม่มีระบบตรวจสอบ ทำให้ข้อมูลกระจัดกระจายและหายากเมื่อถูกตรวจสอบย้อนหลัง

เพื่อลดข้อผิดพลาดเหล่านี้ SME ควรใช้ โปรแกรมออกเอกสาร Grid Doc ซึ่งช่วยสร้างสลิปเงินเดือน หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) และเอกสาร Payroll ได้อย่างเป็นระบบ เก็บประวัติย้อนหลังได้ครบถ้วน พร้อมเชื่อมต่อกับทีมบัญชีภายในองค์กร

เทคโนโลยีช่วยจัดการ Payroll และเอกสารสำหรับ SME

การทำ Payroll ในยุคดิจิทัลไม่จำเป็นต้องเป็นภาระของฝ่ายบัญชีเพียงคนเดียว การนำระบบออนไลน์มาใช้ทำให้ข้อมูลพนักงาน ฐานเงินเดือน ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และประกันสังคม ถูกคำนวณอัตโนมัติ ลดความผิดพลาดจากมนุษย์ (Human Error) ได้มากกว่า 80% และช่วยให้ยื่นแบบทันกำหนดทุกเดือนโดยไม่ต้องตั้งเตือนในปฏิทิน

นอกจากเรื่องเงินเดือนแล้ว Grid Doc ยังรองรับการออกเอกสารธุรกิจครบวงจร ทั้งใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน และใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากเมื่อธุรกิจขยายทีมและมีรายจ่ายด้านบุคคลเพิ่มขึ้น

ระบบดิจิทัลช่วยให้เจ้าของธุรกิจ SME จัดการ Payroll และภาษีได้เองอย่างมืออาชีพ

สรุป: Payroll ที่ถูกต้องคือรากฐานของ SME ที่ยั่งยืน

การจัดทำเงินเดือนไม่ใช่เพียงการโอนเงินให้พนักงานตรงเวลา แต่เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายภาษีและแรงงานอย่างเคร่งครัด ทั้งการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามแบบ ภ.ง.ด.1 การนำส่งประกันสังคม การออกหนังสือรับรอง 50 ทวิ และการยื่น ภ.ง.ด.1ก สิ้นปี ทุกขั้นตอนล้วนมีกำหนดเวลาและบทลงโทษที่ชัดเจน

SME ไทยที่ลงทุนกับระบบ Payroll ที่ดีตั้งแต่เริ่มต้น จะประหยัดเวลา ลดค่าปรับ และสร้างความเชื่อมั่นให้พนักงาน ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาคนเก่งและเติบโตอย่างยั่งยืน ลองใช้ โปรแกรมออกเอกสาร Grid Doc เพื่อจัดการสลิปเงินเดือนและเอกสารภาษีให้เป็นระบบตั้งแต่เดือนแรกที่เริ่มจ้างพนักงาน

Photos by RDNE Stock project on Pexels

คำถามที่พบบ่อย

SME ที่มีพนักงาน 1 คน ต้องยื่น ภ.ง.ด.1 ทุกเดือนหรือไม่?

ต้องยื่นครับ ตราบใดที่นายจ้างจ่ายเงินเดือนหรือค่าจ้างให้ลูกจ้าง และมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย แม้จะหักได้ 0 บาท (เพราะเงินเดือนต่ำกว่าเกณฑ์เสียภาษี) ก็ยังต้องยื่น ภ.ง.ด.1 ทุกเดือนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป เพื่อรายงานเงินได้ของพนักงานต่อกรมสรรพากร

ถ้าพนักงานเงินเดือน 15,000 บาท ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่?

โดยทั่วไปไม่ต้องหัก เพราะเมื่อคำนวณเงินได้ทั้งปี 180,000 บาท หักค่าใช้จ่าย 100,000 บาท และค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท เงินได้สุทธิเหลือ 20,000 บาท ซึ่งต่ำกว่า 150,000 บาท จึงได้รับยกเว้นภาษี แต่นายจ้างยังต้องนำส่งประกันสังคม 750 บาท/เดือน และยื่น ภ.ง.ด.1 แจ้งเงินได้ตามปกติ

ยื่น ภ.ง.ด.1 ล่าช้าจะโดนค่าปรับเท่าไหร่?

ต้องเสียเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องนำส่ง บวกเบี้ยปรับ 1 เท่าหากยื่นภายใน 7 วันหลังกำหนด หรือ 2 เท่าหากยื่นช้ากว่านั้น และอาจมีโทษทางอาญาปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หากเจตนาละเลย

หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ต้องออกให้พนักงานเมื่อไหร่?

นายจ้างต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้พนักงานทุกคนภายในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป เพื่อให้พนักงานนำไปใช้ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี และควรออกให้พร้อมกับประกาศสรุปเงินได้ทั้งปีของพนักงานแต่ละคน

ประกันสังคมกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย คำนวณจากฐานเดียวกันหรือไม่?

ไม่เหมือนกันครับ ประกันสังคมคำนวณจากค่าจ้างปกติโดยมีเพดานฐาน 15,000 บาท/เดือน (หักสูงสุด 750 บาท) แต่ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคำนวณจากเงินได้พึงประเมินทั้งปี ซึ่งรวมโบนัส ค่าล่วงเวลา และค่าคอมมิชชัน แล้วหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนตามที่กฎหมายกำหนด